เรื่องราว...ที่ไม่เคยจบ

posted on 03 Jun 2012 16:33 by tunnylifehere

ความรู้สึกที่เหมือนกับมีผีเสื้อบินวนอยู่เต็มท้อง..

 

จะมีสักกี่คนที่จำความรู้สึกเช่นนั้นได้

หากยังจำกันได้ หลายคนคงเข้าว่าผมหมายถึงความรู้สึกแบบไหน

.

.

.

 

นานแล้วนะที่ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งนี้

.

หลังจากที่ผมปล่อยเรื่องราวให้หายไป

 

...จากความทรงจำ

.

.

.

 

ย้อนเรื่องราวไปยังชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ทุกอย่างรอบกายล้วนเฉกเช่นความไม่มีอะไรของเค้า

เค้าชอบที่จะเดิน เดินไปยังปลายที่ไม่รู้จักมาก่อน การเดินจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกว่า เค้าช่างกลมกลืนไปกับรอบกาย ช่างเป็นความธรรมดาที่สุดที่เค้าจะพึงมีได้

บ้างก็เห็นว่าติส บ้างก็บอกว่าเพี้ยน

 

ที่จริงคงเป็นเส้นบางๆ ระหว่างสองสิ่งนี้มากกว่า

 

น่าแปลกที่ใครหลายๆ คนเลือกที่จะฟังความหมายของชีวิตจากชายคนที่ไม่มีแม้แต่เรื่องที่จะทำให้หัวใจเต้นได้ผิดจังหวะ

คงเป็นนิสัยที่ชอบเฝ้ามองจึงทำให้เค้ามักเข้าใจในพื้นฐานของจิตใจคน

 

ความริษยา

ความหลงตัวเอง

ความเห็นแก่ตัว

ความมีน้ำใจ

ความรัก

.

.

.

 

สิ่งที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดแต่ทำได้ยากที่สุดคงเป็น ความรัก

 

หลายสิ่งเกิดขึ้น บ่อยครั้งที่คนละเลยที่จะสนใจ แม้เศษเสี้ยวของเนื้อหาเล็กๆ

จะมีใครสนใจความริษยาจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง หาไม่คนเป็นเพียงความกล่าวถึงแล้วจบลงในพริบตา

 

หากแต่ไม่เหมือนกับความรัก.. ที่รายละเอียดมักฝังตำให้จิตใจ

 

เข้าใจแต่ทำยากที่สุด

 

ชายหนุ่มได้มีโอกาสเฝ้ามองความรัก หลายต่อหลายครั้ง

ทั้งที่สร้างเอง และจากคำกล่าวต่าง ๆ

 

โดยมากวิถีแห่งความรักนำมาซึ่งความสุขเสมอ แต่กระนั้นแล้ว ความรักจำต้องมาพร้อมๆ กัน

 

ชายคนนั้น เคยกล่าวไว้ว่า หากวันใดเราวิ่งตามความรัก เมื่อถึงวันที่เราตามทัน เราจะพบว่าตัวเองมีแต่ความเหนื่อยล้า และหมดแม้แรงจะก้าวเดินต่อ

 

แต่หากวันใดที่เราเพียงเฝ้ามองและรอคอยมัน ความรักจึงจะวิ่งเข้าหา..

.

ไม่จริง...

 

ความรักไม่เคยวิ่งเข้าหาใคร เพียงแต่มีคนสองคนที่นำพาความวิ่งมาพบเจอกันในเวลาเดียวกันต่างหาก

 

เมื่อคราที่คนที่เป็นเพียงนักทฤษฎีแห่งความรัก ได้มาพบความเป็นจริงของสิ่งนี้

ก็ไม่ต่างอะไรกับ เด็กน้อยคนหนึ่ง ไร้เดียงสานักเมื่ออยู่ต่อหน้า ความรัก ที่ยากหยั่งถึง...

.

.

.

 

การเล่นกับจิตใจของตัวเองแม้นว่ายาก นับประสาอะไรกับ การเล่นกับจิตใจที่ไม่ใช่ของเรา

 

ความแปลกอย่างหนึ่งกล่าวว่า ความเข้าใจ และความใส่ใจ ต่างหาก คือความรักที่แท้จริง

 

หากเราเข้าใจในอาหารมื้อหนึ่งของวัน สรรหาด้วยความใส่ใจในผู้ที่กิน เท่านี้จะกล่าวได้หรือไม่ถึงความรักที่มีต่อคนรอบข้าง

หากเราสองเข้าใจและใส่ใจ สองสิ่งนี้คงทำให้ความรักยั่งยืน

 

เพียงแต่ความรักมักเกิดขึ้นเร็วกว่า ความเข้าใจและความใส่ใจจะตามทัน

.

.

.

 

 

 

 

อย่างที่เค้าว่า กว่าสองเราจะเข้าใจก็คงสายไปสินะ

.

.

.

ปล. ไม่ได้เขียนเรื่องแบบนี้มานานแล้วแหะ

ปล.2 หวังว่าความเข้าใจจะตามมาทันนะ

edit @ 3 Jun 2012 16:50:22 by tunny

บอกลา... สวัสดี

posted on 28 May 2012 19:13 by tunnylifehere

หากสิ่งที่แน่นอนที่สุดกลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุดฉันใด

 

 

แล้วจิตใจที่ว่าห่างไกลความแน่นอนละ จะเปรียบอันใดได้

 

.

.

.

 

อีกเกือบปีผ่านไปกับการทำงานให้บริษัทที่หลายคนมองว่า...

 

....มีชื่อเสียง โดดเด่น มั่นคง โชคดี

 

อะไรเล่าคือความที่ผู้คนตัดสิน

 

บ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้มาจากการตัดสินเพียงการเฝ้ามอง

 

สื่อโฆษณา สื่อโทรทัศน์ ป้ายป่าวประกาศมากมาย

 

ภาพพจน์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมุมมองที่ปลุกฝังได้

 

.

.

.

 

ครั้งหนึ่งผมเคยวาดฝันกับสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย

 

ความฝันถูกพาไปเกี่ยวข้องกับตัวหมากต่าง ๆ หลายชนิด

 

งาน เงินเดือน ครอบครัว เพื่อน เส้นทางระหว่างทาง

 

ตัวหมากที่มักใช้ในการไปให้ถึงฝัน คงหนีไม่พ้น งานและเงินเดือน

 

ใช่แล้วละ งานนำมาซึ่งเงิน และเงินนำไปสู่ฝัน

 

 

แต่คงไม่ใช่ผม..

 

 

ผมมักเอาครอบครัว และระหว่างทางเป็นที่ตั้ง

 

หากงานทำให้ครอบครัวหายไป ผมคงต้องแยกจากกัน

 

หากเงินทำให้ครอบครัวปั่นป่วน ผมก็ไม่จำเป็นต้องมีเพิ่ม

 

 

 

15 พฤษภาคม จึงกลายเป็นวันที่ผมต้องแยกทางกับบริษัทแห่งหนึ่ง

 

ความฝันเรียกร้องให้ผมต้องเดินต่ออีกแล้ว

 

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีสัญญาณบอกให้ผมเริ่มขยับอีกหน

.

.
.

 

ผมตัดสินใจไม่ยากเลย...

 

.

.

 

 

เดาไม่ยากเช่นกันที่จะมีการสั่งเสีย เลี้ยงส่งกันโดยคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะนำผมไปสู่กลุ่ม ไปสู่คำว่า "เพื่อน"

 

 

7 เดือน ที่ผมปิดกั้นการนำพาจากพวกเค้า...

 

เส้นทางของผมสั่งสอนให้ผมอยู่คนเดียวมากกว่า

 

ทำไมผมต้องไปพยายามทำอะไรมากมาย ผมชอบที่จะอยู่คนเดียวกับเสียงเพลง และสายลมบนท้องถนน

 

 

เท้าซ้ายก้าวนำ เท้าขวาเร่งแซง ตามแต่ใจต้องการ ตามแต่จังหวะที่จะคิดสรร

 

....

 

น่าเสียดาย

 

.

.

.

 

ที่จังหวะการเดินของผม ความสุขมักก้าวไม่ค่อยทัน

 

ผมเคยลองหยุดรอ... แต่ดูเหมือนเจ้าความสุขจะหลงทางไปซะแล้ว

 

.

.

.

 

วันหนึ่ง...

 

 

ผมได้ปรับจังหวะการเดิน ซ้ายก้าว ขวาตาม ส่งเสียงบอกจังหวะไปพร้อมกับสิ่งรอบกาย

 

ผมกลับรับรู้ถึงรอยยิ้มบางอย่าง...

 

รอยยิ้มที่เกิดขึ้นในขณะที่มีแต่ความวุ่นวาย

 

รอยยิ้มที่เปล่งออกมาในขณะที่หลงอยู่ในความโกลาหลที่ว้าเหว่ที่สุด

 

รอยยิ้มที่ไม่ต้องแม้เพียงการขยับมุมปากซักเล็กน้อย

 

.

.
.

.

 

เส้นทางระหว่างทางของผมแลดูสวยงามขึ้นนะ

 

อย่างที่ผมบอก..เส้นทางระหว่างทาง เป็นสิ่งที่กำหนดเส้นทางความฝัน

 

 

แม้บางครั้งสิ่งหนึ่งที่สวยงามแต่เรากลับต้องจากไป

แม้บางครั้งสิ่งหนึ่งที่พึ่งเกิด หากแต่กลับไม่ได้ร่วมทางกัน

แม้บางครั้งเราต้องจำจากทั้งหมด...

 

 

"แม้บางครั้งสิ่งหนึ่งจะพึ่งเกิด..."

.

.

 

ผมไม่เคยนึกเสียดายกับการตัดสินใจ

 

พรหมลิขิตคงมีวิธีการของตัวเอง

 

และอีกครั้งที่ผมก็คิดเช่นนั้น..

 

หากแต่..

 
 

 

 

 ผมคงคิดถึงใครบางคนไม่น้อย

.

.

.

 

ลาก่อน...

 

 

edit @ 28 May 2012 20:13:59 by tunny

ยินดีต้อนรับครับ...

posted on 02 May 2012 19:36 by tunnylifehere

"สวัสดีครับ"


...

...

...

 

 

เสียงเสนาะหูดังขึ้น พร้อมกับประตูบานกระจกที่ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ

 

 

"มากันกี่ท่านครับ"     ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

 

 

"เอ่อ... 4 ครับ"      เด็กหนุ่มตอบกลับอย่างเกรง ๆ

 

 

"งั้นเชิญริมหน้าต่างละกันครับ มองเห็นวิวผู้คนเดินไปมา ผมว่าเพลินดี"

ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้ง พร้อมนำทางไปยังจุดหมาย

 

.

.

.

.

.

 

 

"เอ้า... ทำไว ๆ หน่อย ดูแลความสะอาดด้วย อย่าทำลวก ๆ ตั้งใจ ๆ

เฮ้ย ! ทำไมเอามือปาดวะ !

เอ็งอะ เทน้ำซอสเยอะเกินไปแล้ว"

 

หัวหน้าพ่อครัวเริ่มโวยวายอีกครั้งหลังจากที่พ่อครัวคนหนึ่งทำผิดใจ ผิดสายตาของเค้ามากเกินไป

 

หม้อขนาด 32 นิ้วจำนวนหนึ่งถูกเรียงรายอยู่บนเตาแก๊ส เพื่อรอน้ำเดือดจนได้ที่

เส้นพาสตามากหน้าหลายตาเรียงร้อยลงสู่ก้นหม้ออย่างรวดเร็ว

 

สปาเกตตี...

มักกะโรนี...

 

ลิงกวีเน...

 

ฟูซีลี...

 

เปนเน...

 

 

อีกมุมหนึ่งยังมีแม่ครัวตัวเล็ก ๆ บรรจงตระเตรียมเครื่องผักนานาชนิด

มะเขือเทศ บล็อกโคลี แครอท ข้าวโพดต้ม ถั่วลันเตา กระหล่ำม่วง พริกชี้ฟ้าแดง พริกชี้ฟ้าเหลือง

ล้วนถูกทำให้มีขนาดที่สวยงามตลอดจนรูปทรงที่ชวนหลงใหล

 

ไม่ห่างจากกันน้ำซอสชนิดต่าง ๆ ทยอยลงจากเตามาพักไว้ที่จุดพักอาหารร้อน เพื่ออุ่นและรอใส่จานมุ่งหน้าสู่ความสำราญบนโต๊ะอาหาร

.

.

.

.

.

 

“รับอะไรดีครับ”      ชายหนุ่มถาม

 

“เอ... ร้านนี้พึ่งเปิดหรือค่ะ”   สาวน้อยหน้ามนไขข้อสงสัย

 

 

“เป็นเพียงการลองตลาดน่ะครับ ยังไม่ได้เปิดเป็นทางการ”  ชายหนุ่มกล่าววาจา

 

“ร้านดูโปร่งโล่งสบายดีนะค่ะ บรรยากาศสีขาวตัดกับลำไพรสีเขียวขจี” หญิงสาวอีกคนไม่รอช้าที่จะเสริม

 

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มแทนคำตอบ

 

“แล้วจะต้องสั่งยังไงบ้างครับ”    ความหิวทำให้ชายหนุ่มร่างท้วมที่สุดในกลุ่มอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

“เห็นมีเป็นขั้นตอน ๆ ด้วย เลือกเส้น เลือกน้ำซอส เลือกเครื่องเคียง”

 

“อ่า.. ใช่แล้วครับ ร้านเราอยากให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ได้ โดยพยายามนำเสนอความแปลกใหม่ ซึ่งเกิดจากพวกคุณเอง”

เจ้าของร้านกล่าวต่อไป

 

“พาสตามีเส้นหลายรูปแบบ และหลายน้ำซอส แต่ละเส้น แต่ละชนิด มีความเหมาะสมต่างกันไป แต่ความเหมาะสม ไม่ใช่สิ่งที่ถูกหรือผิดว่า จะต้องเป็นแบบไหน เราอาจทานเปนเนกับเพรสโตซอส หรือมักกะโรนีกับซอสขาว นั้นคือความพอใจครับ”

 

“อืมม... แต่หนูไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เลยนะ จะจับคู่ถูกได้อย่างไร” หญิงสาวเริ่มกังวล

 

ชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนรีบตอบทันใด “นั้นละครับ มันจึงเป็นความพอใจที่ลูกค้าสร้างขึ้นมาเอง”

 

.

.

.

.

 

“ระหว่างนี้ใช้เวลาสร้างสรรค์มื้ออาหารให้สนุกนะครับ อีกสักครู่ ผมจะมารับออเดอร์” ชายหนุ่มพูดจบจึงโค้งหนึ่งที และถอยกลับไป

 

.

.
.

.

 

กริ๊งงง..ง  ง ง ง.ง

 

เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้ง

 

 

“สวัสดีครับ” เสียงจากเจ้าของร้านยังคงทำงานอยู่เช่นเคย

“มากี่ท่านครับ” ชายหนุ่มกล่าวสืบไป

 

 

“มาคนเดียวครับ มาจองโต๊ะไว้ก่อน” คำตอบเล็ดลอดออกมา หลังจากเสียงประตูเงียบลง

 

“จองไว้ก่อน?”    ชายหนุ่มทวนคำ

 

“จองไว้วันไหนครับ”

 

.

.
.

.

 

 "อีก 3 ปีข้างหน้าครับ"

 

ลงในนาม...

 

“ความฝัน”

.

.

.

 

แสงแดดส่องต้องปลายตา สายลมเหือดแห้งลง ในยามเช้าแห่งปัจจุบัน

...

...

อรุณสวัสดิ์ครับทุกท่าน

 

โชคชะตา...

posted on 30 Mar 2012 17:27 by tunnylifehere  directory Diary
...โชคชะตา
 
 
 
 
ไม่ได้มาเขียนบล็อคนานเหลือเกิน
 
และต้องขอสารภาพว่า ไม่ได้เข้าไปอ่านบล็อคท่านอื่น ๆ นานไม่แพ้กันทีเดียว
 
 
คงเป็นเวลาร่วมเดือนที่ไม่มีอะไรที่พิเศษมากมาย
 
หลายคนคงเรียกช่วงเวลานี้ว่า...
 
"เรื่อย ๆ"
 
 
สำหรับผม...
 
ผมให้ชื่อช่วงเวลานี้ว่า "โชคชะตา"
 
ครั้งหนึ่งของเรื่องราวเพียงช่วงเวลาเดียว
 
ผมได้พบความว่างเปล่า... ของชีวิต... ของการงาน... ของคนรอบข้าง
 
 
...ของทุกอย่าง ตลอดจนทุกสิ่ง
 
.
.
.
 
 
สมัยเด็ก ๆ ผมมองสิ่งรอบข้างสูงใหญ่ กว้างขวางซะเหลือเกิน
จะวิ่งออกไปแนวกว้างก็สุดลูกหูลูกตา จะปีนขึ้นต้นไม้ก็ยังห่างไกลยอดฟ้า
 
ความสนุกมักมีอยู่รอบตัวเสมอ
แต่เมื่อใดที่ล้ม บาดแผลก็ช่างเจ็บจนกินใจ
 
อะไรบ้างนะที่ทำให้เรามีความสุข พบปะความทุกข์ ได้พูดคุยกับเสียงร้องไห้ บางครั้งก็ทะเลาะกับเสียงหัวเราะ
 
ผมชอบเวลาที่ยายป้อนข้าวให้ทุกเช้า บางครั้งผมมักจะแอบนอนกินเพื่อให้พ่อดุเล่น ๆ แต่โดนตีจริง ๆ
 
ข้าวไข่ดาวไม่สุกคลุกด้วยซอสพริก และซอสมะเขือเทศ ยังคงเป็นมื้ออาหารที่ผมคิดถึงทุกครั้งจนทุกวันนี้
 
ในบางครั้งผมก็มักวิ่งออกไปเล่นนอกบ้าน ท้าทายเรื่องราวต่าง ๆ...
ซ่อนหาในตอนกลางคืน แสดงท่าทางตลกต่าง ๆ ล้อเลียนการ์ตูนยามเช้า อย่างดราก้อนบอล ประดิษฐ์เสื้อเกราะจากถุงกระดาษ อย่างกับขบวนการ แรนเจอร์...
 
ขนมถุง ขนมปี๊บ ขนมหลอกเด็ก (แน่นอนหลอกผมได้เสมอเลยละ) ยิ่งขนมที่มีของแถม ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
 
ยายเป็นส่วนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีทีเดียว
 
.
.
.
 
เมื่อพระอาทิตย์กับพระจันทร์หมุนเวียนกันทำหน้าที่ต่อ ๆ กันมา
 
ความสนุกบางทีก็เปลี่ยนไป เรื่องราวในชีวิตจึงไม่เหมือนเดิม
 
กางเกงขาสั้น เสื้อออกนอกกางเกง เหยียบรองเท้าทับส้น ปากกาด้ามเดียว ถือสมุดรวมทุกวิชา
 
การหลีกเลี่ยงสิ่งที่อยู่ในกฎ เป็นอีกเรื่องที่ไม่ยอมพลาดในการใช้ชีวิตมัธยมซะแล้ว
 
 
ครั้งหนึ่งผมอยากจะสร้างความสุขให้ตัวเองโดยการมาโรงเรียนสาย และเซ็นชื่อมาสายโดยการซุ่มชื่อนักเรียนห้องอื่น ๆ ให้เค้ามาสายแทนเรา
 
แล้วความทุกข์ละ...
 
บอกตามตรง ผมมองไม่เห็นความทุกข์ช่วงนั้นจริง ๆ
 
อาจเพราะความสุขมันเยอะไป หรือผมไม่รู้จักความทุกข์กันนะ...
 
โชคดีในชีวิตวัยนั้น ที่ผมไม่เคยสัมผัส... ยาเสพติด
 
 
.
.
.
 
โชคชะตา นำพาสิ่งต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่เริ่มลืมตาดูโลก ตั้งแต่เราขยับตัว ตั้งแต่เราเริ่มหาว ใครจะรู้... โชคชะตาเกิดได้ทุกที่จริง ๆ
 
อย่างที่ผมเคยบอก..
ไม่เอนทรี่ใด ก็เอนทรี่หนึ่งในนี้ ผมชอบที่จะจมอยู่กับความคิดของตัวเองเงียบ ๆ
 
จมลึกลงไป ลงไป ลงไป แล้วดึงตัวเองขึ้นมาสู่ความสงบเพียงห้วงขณะนั้น และสู่ความวุ่นวายของชีวิตต่อไป
 
 
อะไรกันนะ ที่ทำให้ผมชอบกินข้าวไข่ดาว
อะไรกันนะ ที่ทำให้ผมไม่ยุ่งกับยาเสพติด
อะไรกันนะ ที่พาให้ผมเป็นแบบนี้ถึงทุกวันนี้
 
บางทีมันอาจเป็นเพียงโชคชะตา จากสิ่งที่เริ่มทำ
 
ทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นในเพลาที่แสงอาทิตย์จับที่ใบหน้า สายลมพัดผ่านร้านขนมครก ลอยล่องสู่จมูกของตาแก่ที่ชอบเดินรอบหมู่บ้าน ในเวลาเดียวกับที่คนส่งหนังสือพิมพ์วิ่งลงจากรถเพื่อมอบข่าวสารถึงหน้าประตู
 
กิจกรรม เรื่องราว และความคิดพร้อมทำงานอีกครั้ง
 
โชคชะตาพร้อมที่จะเล่นสนุกกับพฤติกรรมแรกของวัน
.
.
.
 
หน้าจอคอม รถเข็น รถกระบะ ผู้คนต่างผ่านเข้ามาในชีวิต และการทำงาน
 
ณ จุดหนึ่ง กับความซ้ำซาก ความเคลื่อนไหวที่แม้แต่หลับตายังไม่พลาดพลั้ง
 
ณ จุดหนึ่ง อีกครั้งที่ความรู้สึกอยู่เหนือความคิด
 
ความว่างเปล่าก่อตัวบนความรู้สึก
 
 
ผมมีความฝัน แต่ผมยังไม่สามารถทำอะไรได้
 
ผมเคยถามตัวเองว่า เราจะต้องรอถึงเมื่อไร
 
ยังไม่ทันได้คำตอบ ก็มีคำถามตามมามากมายเสมอ
 
ค่ารถละ
ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งบ้านละ
ค่าใช้จ่ายในชีวิตละ
 
เงินเดือนออกก็เหลือเพียง 15% ในการใช้ทั้งเดือนถัดไป
 
นี้มันอะไรกัน... พนักงานเงินเดือนไม่มาก ตำแหน่งน้องคนเล็กของบ้าน กับความรับผิดชอบที่มากเหลือเกิน
 
ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมต้องแบกรับเรื่องราวของทุกคนไว้ และใช้เท้าก้าวเดินไปพร้อมเส้นทางของต้นเอง
 
 
ตั้งแต่เมื่อไร... หากมองย้อนไปวันนั้น คงเป็นวันที่โชคชะตาเริ่มกำหนดให้ผม... มีความฝัน
 
 
อีกครั้ง อาจจะเรียกว่า ครั้งแล้วครั้งเล่ามากกว่า
 
.
.
.
 
วัยเด็กผ่านไปพร้อมความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไร
วัยเรียนผ่านไปพร้อมความสนุกที่ว่างเปล่าด้วยความคิด
 
เวลานี้ผมไม่รู้ว่าอะไรคือความสนุกที่ควรจะมี
ผมไม่รู้ว่าผมรอคอยอะไรอยู่
 
อาจจะเป็นเวลา สิ่งของบางอย่าง หรือบางทีคงเป็นใครบางคนมากกว่า
 
แรงผลักดันจากสิ่งรอบข้างมักมีผลเสมอในการใช้ชีวิต
 
เวลาผ่านไปนานเหลือเกินกว่าจะมาถึงจุดนี้ ทุกวันผมมักจะนั่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
 
ทุกเรื่องราวผมมักมีคนเคียงข้างเดินไปด้วยกันเสมอ
 
ยาย
แม่
พี่
เพื่อนสนิท
เพื่อนที่ผ่านเข้ามา
 
หรือแม้แต่ผู้คนที่แวะเข้ามาอ่านบล็อคและมาร่วมหลงทางกับผม
 
คงเป็นโชคชะตา...
 
 
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้และอีกหนึ่งวันของวันนี้ไปเรื่อย ๆ
 
หากโชคชะตาจะทำงานอีกครั้ง
.
.
.
 
 
ขออย่าให้เป็น โชคชะตา แห่งความสูญเสียเลย
 
.
.
.
 
 
ปล. ขออภัยที่หายไปจากบล็อคนานมากกกก
ปล.2 ผมชอบรูปนี้นะ ไม่มีเหตุผลหรอก มันทำให้ผมยิ้มน้ะ
หรือบางที
ผมคงจมอยู่กับความคิดนานเกินไป
อย่างที่บอก

ผมคงจมอยู่กับความคิดนานเกินไปจริง ๆ...
 
 
 

edit @ 30 Mar 2012 18:41:15 by tunny

edit @ 30 Mar 2012 18:41:41 by tunny

14 กุมภา... วันอังคาร

posted on 14 Feb 2012 21:41 by tunnylifehere  directory Lifestyle, Diary

จากวันนั้นถึงวันนี้....

 

“วาเลนไทน์”

 

ช่วงเวลาแบบนี้ถ้าไม่เขียนเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ก็คงแปลก ๆ

 

ความรักมักเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน ให้ความสำคัญ...

ทั้งการตามหา ไขว้คว้า กระทั่งเก็บซ่อนไว้

ทั้ง ๆ ที่... มันคือความรู้สึกเท่านั้นเอง...

.

.

.

ผมคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า ผมศรัทธาในคำนี้มากพอสมควร

เรียกได้ว่า.. “รัก” คือสิ่งที่ผมตามหาอยู่ และพยายามไขว้คว้าไม่ต่างจากความฝัน

 

ใช่แล้ว... “ไม่ต่างจากความฝัน”

 

เมื่อปีที่แล้วผมได้พบกับความรัก ซึ่งผมได้ทุ่มเทให้ลงไปอย่างที่ใครคงนึกไม่ถึง (ย้อนไปอ่าน entry เก่า ๆ ละกัน)

 

มากจน... ทุกสิ่งในช่วงเวลานั้น...

 

..พังทลายลง..

.

.

.

เวลากว่า 4 เดือน ที่ผ่านไป ยังคงมีภาพเดิม ๆ วนเวียนอยู่ภายใต้ส่วนลึกของจิตใจ

 

วันนี้ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไร…

 

ยังคงมีหลายคนที่เฝ้าถามคำถามนี้

และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนเช่นกันที่เฝ้าอยากตอบคำถามพวกนั้น

บางทีคำตอบก็รอคอยคำถามให้มาถึงอย่างช้า ๆ

 

วันวาเลนไทน์ช่างประจวบเหมาะกับวันแห่งสีชมพูของวันอังคารซะเหลือเกิน

 

ผู้คนยังคงใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เพียงแต่มีดอกไม้ และของขวัญมากมายอยู่ในมือและความคิดของคนเหล่านั้น

การกระทำมากขึ้นอีกหนึ่งอย่าง แต่เวลาเท่าเดิม นั้นทำให้วันนี้ช่างแลดูว่องไวกว่าทุกครั้ง

 

ช็อคโกแลต ดอกกุหลาบ ตุ๊กตาตัวใหญ่ การ์ดสีสวย

 

ผมบรรจงมองไปที่ผู้คนมากมาย ในยามบ่ายที่แสนจะร้อนและอบอุ่นในคราเดียวกัน

 

“แค่วันอังคารเองไม่ใช่หรอ”

ผมคิด...

 

ครั้งหนึ่งผมเคยมองความรักเป็นดั่งทุกสิ่งทุกอย่าง

ครั้งนั้นความรักกลับกลายเป็นยาขมในวันต่อมา

 

เวลานี้ผมคงไม่ตามหาความรักอีกแล้ว

 

บางทีผมอาจลองอยู่นิ่ง ๆ ให้ความรักได้ลองตามหาผมบ้าง...

.

.

.

 

 

ก่อนเข็มสั้นจะพ้นเลข 12...

 

สุขสันต์คืนวาเลนไทน์

.

.

.

 

ปล. อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำอาหารอีกมื้อ

ทั้ง ๆ ที่วันนั้นโคตรจะไม่ว่างงงงงเลยยย

 

เอาเป็นว่า แปะรูปไว้ให้คนอ่านเข้ามาหิวเล่น ๆ กันดีกว่า

 

โอโคโนมิยากิคร้าบบบ~

 

 

 

 

edit @ 14 Feb 2012 23:12:52 by tunny

"I'm Back..."

posted on 30 Jan 2012 15:24 by tunnylifehere  directory Lifestyle, Diary
 

ห่างหายจากการอัพบล็อคไปนานเลย...

 

ช่วงนี้เรียกได้ว่ายุ่งกับงานพอสมควร

.

.

.

 

 

คือที่จริงที่ทำงานเค้า Block เน็ตละ T T

 

ไม่งั้นคงไม่มีอะไรหยุดยั้งเราไปได้

 

 

กว่า 2 อาทิตย์ที่ห่างหายการบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเจอมา

 

ผมพบว่ามันเหมือนชีวิตเราโดนปิดประตูไปหมด

 

 

คงเหมือนกับการที่เราอยู่ในบ้านที่ไม่สามารถติดต่อคนภายนอกได้...

 

ผมไม่ชอบแบบนี้เลย

 

จนวันหนึ่ง...

..

..

..

 

 

ความคิดบางอย่างในหัวก็บังเกิดขึ้น

 

ผมอยากลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง โดยขจัด "กับดัก" ที่ผมเคยกล่าวถึงออกไป

.

.

.

 

เช้าวันเสาร์ที่แสนธรรมดา...

 

หลังจากที่พักผ่อนจากการทำงานมาหนึ่งคืน

 

 

นาฬิกาปลุกร้องเตือนให้ลุกขึ้นจากเตียงแข็ง ๆ

 

6 โมงครึ่ง เร็วไปไหมที่จะตื่นมารับอรุณ

 

หากแต่ถ้าไม่ขยับตอนนี้อรุณคงไม่รอคอยเราอีกเป็นแน่

 

ความนึกคิดในหัวเริ่มทำงาน ด้วยคำถามที่คิดว่าคงเป็นเรื่องปกติของใครหลายคน...

 

"วันนี้จะทำไรกินดี"

 

 

ผมดีใจที่มันเป็นคำถามนี้...

 

 

เวลาเช้าที่อบอุ่นผ่านไป คล้อยบ่ายจนตะวันข้ามศรีษะไปเล็กน้อย

 

คำถามเดิม ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม

.

.

.

 

ผมมองออกไปที่สวนที่พึ่งลงต้นไม้เสร็จ

 

สีเขียวทำให้ผมสบายตา

 

ดอกไม้ทำให้ผมอยากมองมันนาน ๆ

 

แต่กระนั้นเถอะ...

 

.

.

มันไม่ได้คลายความขี้เกียจลงเลย...

.

.

 

บ่ายแก่ ๆ วันนั้นผมใช้เวลาครุ่นคิดถึงเวลาที่ผ่านไปในชีวิตที่ผ่านมาของผม

 

กี่ครั้งที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ กี่ครั้งที่ต้องทำสิ่งที่คนอื่นหวัง

 

ผมเริ่มถ่ายภาพตอนปี 3 เพียงเพื่อไม่อยากต้องมานั่งรอรูปจากคนอื่น

 

ผมทำกิจกรรมคณะ เพียงเพื่อมันได้ดั่งใจกว่า

 

ผมไปเฮฮากับเพื่อน เพียงเพราะมันคงสนุกกว่าอยู่คนเดียว

 

ผมคิดว่าผมมีความสุขทีเดียวในช่วงเวลานั้น

 

แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอด...

 

ผมมักเป็นคนที่ หากคิดจะทำอะไรแล้ว ถ้ามีเรื่องที่คิดว่าไม่พร้อมแม้แต่นิดเดียว ผมจะยังไม่ลงมือ โชคดีที่บางเรื่อง ไม่ต้องใช้ความคิดมากเกินไป แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีบางเรื่องที่ไม่เคยมีคำตอบในคำว่า "พร้อม"

.

.

 

บางคนกล้าที่จะเสี่ยง ลองล้ม แล้วค่อยลุกเอา

บางคนกล้าที่จะฝัน ลองทำ ช้าบ้างก็ไม่สาย

.

.

 

แต่เวลานี้เรื่องราวตลอดอายุที่ผ่านมาคงบอกผมได้เพียงว่า...

 

"นานไปไหมที่เราเลือกที่จะฝันมากกว่าลงมือทำ"

 

ผมเหลือบไปมอง กองหนังสือที่ยังคงวางอยู่ที่เดิม...

 

17:30....

...

 

..

 

 

 

 

ผมลงไปที่ครัวอีกครั้ง คว้าบางอย่างที่มี และสรรหาบางอย่างที่ขาดจากร้านค้าใกล้ ๆ บ้าน

.

.

.

.

.

 

ผมควรทำในสิ่งที่ใจควรจะทำตั้งนานแล้ว...

.

 

 

 
มะกะโรนี + ไก่ทอดราดซอสมายองเนสมะนาว + สลัดผัก

 

ปลากะพงแป๊ะซะนึ่งมะนาว

 

.

.

.

 

 

กับความตั้งใจที่กลับมา

 

กับความฝันที่อยากจะก้าวต่อ

 

กับแรงบันดาลใจที่หายังไม่เจอ

 

กับเรื่องราวที่พร้อมจะกลับมาอีกครั้ง

 

"ผมว่าผมกลับมาแล้วละ"

.

.

.

ขอบคุณความว่างเปล่าในชีวิตที่ทำให้เรารู้จักการเติมเต็ม

.

.

edit @ 30 Jan 2012 16:07:32 by tunny

กาล..เปลี่ยนแปลง

posted on 14 Jan 2012 21:44 by tunnylifehere
สวัสดีทุักท่าน
.
.
.
ช่วงหลังปีใหม่หลาย ๆ คน ก็ได้รวบรวมกิจกรรมต่้าง ๆ มากมายมาเ่ล่าสู่กันฟัง
 
บ้างก็บอกกล่าวถึงสิ่งที่ทำไปในปีที่แล้ว
 
บ้างก็วาดหวังในปีนี้
 
สำหรับตัวผมเอง...
 
ปีที่ผ่านมาก็ผ่านอะำไรมามากมายไม่แพ้กัน
 
และแน่นอน...
 
ก็ย่ิอมมีเรื่องราวที่คาดหวังไำว้เช่นเดียวกัน
 
Cool
 
 
เมื่อหลายเดือนมานี้ ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง... ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีมานานแล้ว
 
หากแต่บางทีเราอยู่กับสิ่งเหล่านี้โดยไม่รู้ว่า มัีนเข้ามาในชีวิตตั้งแต่เมื่อไร
.
.
.
.
 
(1)
 
ส้มลูกโต ปะทะ ส้มลูกเล็ก...
 
ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบกินเปรี้ยวเท่าไร..
 
ในบางครั้งการจะกินส้มแต่ละที จึงเปรียบเหมือนการเลือกรองเท้่า่ซักคู่ ไม่ดีจริง ไม่เหมาะจริง อย่าหวังจะได้ รองรับส้นแตก ๆ ของผม
 
ส้มก็ไม่ต่างกัน.. หากมีรสเปรี้ยวโผล่มาซักนิด ผมจะเ้หมารวมว่า ลูกนี้เปรี้ยวและัำไม่กินในทันใด
.
.
 
ครั้งหนึ่งในการเลือกซื้ิอส้ม ผมจึงสนใจ แต่ส้มที่มีลักษณะ น้ำตาลคล้ำ ๆ อย่าง ส้มน้ำตาล (เคยได้ยินกันไหม)
 
ซึ่งเป็นผลไม้ที่เรียกได้ว่า ไม่มีความน่าสนใจในรูปลักษณ์เลย เพียงแต่กลับมีรสชาติที่หวานนนนนนเหลือเกิน
 
นอกจากนี้ยังมีส้มโชกุน... จักรพรรดิ์แห่งส้ม ผลขนาดใหญ่ เปลือกที่หนา และสีที่ส้มปรี๊ดดดด ไม่ดึงดูดให้่น่าลิ้ม
 
ลองเท่้ากับ รสชาติที่หวานปานกลาง ราวกลับผู้คนที่รู้สิ่งใดควรไม่ควร
.
.
.
วันเวลาผ่านไป...
 
ผลส้มลูกไม่ใหญ่ไปกว่าลูกปิงปอง ถูกนำเข้ามา และดูเหมือนจะเป็นที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว...
 
เกษตรแฟร์.. เป็นที่แรกที่ผมได้รู้จักกับผลไม้ขนาดจิ๋วแบบนี้
 
แน่นอน ผมต่อต้านในทันที มันจะเป็นไปได้ยังไง ส้มผิวขรุขระ สามารถกินได้ภายในคำเดียว มันจะสนุกตรงไหน
 
หากกินส้มแล้วไม่ได้นั่งแกะเปลือกให้น้ำจากเปลือกฉีดพุ่งออกมาเข้าตาในยามที่เอาเล็บจิก ก็ไม่ต่างกับการกินข้าวโดนไม่ได้หยิบส้อมมาด้วยนะแหละ (คือมันขาด ๆ ไง)
 
แต่...คุณพระ ทุกวันนี้ผมหาส้มน้ำตาลไม่เจอแล้ว...
 
 
(2)
 
มะเขือเทศ ปะทะ มะเขือราชินี
 
ผักที่ผมชอบนำมาใช้ในการทำอาหารเสมอ ๆ ไม่ว่าจะใช้ในการทำสปาเกตตี้ซอสแดง ทำต้มต่าง ๆ ที่อยากได้รสเปรี้ยวอ่อน ๆ
.
.
 
ครั้งหนึ่งผมหลงไหลในความเนียนของผิวมะเขือเทศ ฉะนั้นในการเลือกแต่ละึครั้ง หากมีรอยดำ ๆ ผมจะเอามือถู ๆ ดูก่อน เผื่อเป็นแค่การเปื้อน หาใช่รอยแมลงกัดไม่
 
สีที่แดงสดทำให้ผมมักคิดอาหารที่เกี่ยวกับการใช้มะเขือเทศอยู่บ่อย ๆ ผมชอบในความเปรี้ยวอ่อน ๆ (แต่ไม่ชอบกินเปรี้ยว งงมะ) และสีที่ได้จากการใช้วัตถุดิบนี้
 
ในชีวิตที่รู้จักมะเขือเทศมา มีเพียงสองชนิดเท่านั้นที่ผมเรียกว่า มะเขือเทศ นอกจากที่กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีมะเขือเทศที่ชอบไปอยู่ในครกเสมอ ๆ
 
ใช่แล้วละ..  มะเขือเทศสีดาลูกเล็ก ๆ มีสีเขียวปะปน ทำให้แลดูน่าจะแข็ง ๆ เหมือนผลไม่สุกเวลากัดลงไป
.
.
.
วันเวลาผ่านไป...
 
"มะเขือเทศ จิ้ม พริกเกลือ"...
 
คำถามมากมายเกิดขึ้นในทันที
 
ใครนะช่างเอามะเขือเทศมาทำเป็นของกินเล่น
อะ หรือว่านี้คือมะเขือเทศพันธุ์ใหม่... เสียงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท "พันธุ์ใหม่ อั่ยย อั่ยยย อั่ยยยย"
 
มะเขือเทศที่ขายคู่กับพริกเกลือ มันจะไปรอดได้ซักแค่ไหน นี้มันผักนะ ไม่ใช่สตรอเบอรรี่ที่จะถือไปดูดกินไป ให้ดูเก๋เมื่อครั้นเดินในสยาม...
 
ของแบบนี้เดินกินได้แค่ตลาดยามเช้าเท่านั้นละ..
 
และใครจะรู้ ทุกวันนี้มะเขือเทศราชินีถือเป็นอาหารที่หลาย ๆ คนซื้อไปจิ้มกินเพื่อลดน้ำหนัก...
 
 
(3)
 
Smart people ปะทะ Smart Phone
 
ปัจจัยที่ใึครหลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องพกติดตัวไว้ตลอด เรีัยกได้ว่า ไม่สามารถใช้คำว่า Want ได้อีกแล้ว
 
มันก้าวล้ำไปสู่ "Need" อย่้างเป็นทางการซะแล้ว
.
.
 
ครั้งหนึ่งผู้คนกลุ่มหนึ่งได้คิดค้นเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา โดยเริ่มจา่ก concept เพื่อการสื่อสารอย่างแท้จริง
 
ไม่นานการส่งข้อความก็ถูกพัฒนาขึ้นตามมา ด้วยระบบการสะกดคำอัตโนมัติ (T9)
 
จากนั้นจึงเป็นระบบ Ring Tone ยุคแห่ง MonoTone สู่ PolyPhonic
 
จอแสดงผลเป็นระดับ bit 6หมื่นสี 2 แสนสี และมากกว่านั้น...
 
ขนาดเท่าท่อนขาจนถึงเล็กกว่าฝ่ามือ
 
ดูเหมือนการพัฒนาจะหยุดลงเพียงความต้องการในการฟังเพลงจากมือถือ ถ่ายรูปแกล้งกัีนในห้องเรียน และส่งข้อความเพื่อโหวตให้คนที่ชื่นชอบได้อยู่ในบ้านต่อ
.
.
.
วันเวลาผ่านไป..
 
ตะดึ้ง ตะดึั้ง และตะดึ้ง
 
เสียงที่หลาย ๆ คน หรือแทบจะทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
 
ปัจจุบันการเข้าถึงการสื่อสารไม่หยุดเพียงแค่การพูดคำว่า "ฮัลโหล" อีักต่อไป
 
แม้คนที่ไม่เคยพบกันร่วม 10 ปี ยังสามารถหากันจนเจอ
 
ผมเคยมีช่วงที่เรียกได้ว่า นั่งเฝ้าเสียงเพรียกจากมือถือเลยทีเดียว ในบางครั้งจึงได้แต่ก้มหน้าจ้องมองแสงที่จะสว่างขึ้นมาจากสิ่งที่ใช้เพียงสื่อสาร
 
ทุกคนกลับเข้าสู่โลกส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง
 
และ
 
โลกได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง...
.
.
.
 
 
ปล. ในอดีตที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่น้ำมาเยือนอย่างมหาศาล เพื่อนคู่บ้านชีวิตนึงได้พยา่ยามอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอดและตอนนี้...
 
 
 
มันสามารถเบ่งบานได้อีกครั้งแล้วววววว
 
 
 
ผมว่าการเปลี่ยนแปลงมันเป็นเรื่องปกติ ทุกเวลา ทุกการกระทำ เมื่อเข็มนาฬิกาลากผ่าน ทุกสิ่งล้วนเป็นอดีตทั้งนั้น
 
ต่างกันแค่ใครจะยังอยู่ที่เดิมมากกว่า
.
.
.
 
 
 
 
 

edit @ 15 Jan 2012 00:00:05 by tunny

ขี้เกียจ...ฝัน

posted on 06 Jan 2012 16:04 by tunnylifehere
หลายครั้งที่คนเราก้าวออกจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่...
.
.
.
เพื่อค้นหาจุดยืนใหม่ ๆ
 
 
เป้าหมายใหม่ ๆ
 
หรือแม้แต่เพื่อเปลี่ยนแปลง เส้นทางที่เคยเดินอยู่
 
 
วันเวลาในช่วงที่ผ่านมา อะไรทำให้เราได้เข้าใกล้เป้าหมายเหล่านั้นบ้าง
 
และแน่นอน แล้วอะไรดึงเราให้ออกมาจากจุึดที่เราหมายปอง
 
 
.
.
.
.
 
แสงอาทิตย์สาดส่องร้อนแรงในช่วงฤดูหนาว
แม้ลมพัด แต่หยาดเหงื่อก็มิยอมแพ้
.
.
 
ผมเคยตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว...
 
และได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ไป โดยการออกจากบริษัทที่มีความมั่นคงมาก เรียกได้ว่าใคร ๆ ก็รู้จัก ถ้าได้ยินชื่อ
 
ความคิดในตอนนั้นคือ...
 
"เรากำลังห่างไกลจากความฝันไปเรื่อย ๆ"
 
"ไม่ได้ละ ต้องรีบกลับมาให้เร็วที่สุึด"
 
ผมยอมทิ้งจุดนั้น เบี่ยงสายอาชีพ...
และกลับมาอยู่บ้าน
 
.
.
.
 
ก้าวแรกเริ่มแล้ว
 
ผมเข้าสู่เส้นทางที่มีโอกาสมากขึ้นกว่าแต่ก่อน..
 
สิ่งแวดล้อมที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากทำงาน และนอน ผมทำได้เท่านั้นในครั้งก่อน
 
ความตั้งใจกลับมาอีกครั้ง แรงฮึดกลับมาอีกรอบ
 
ปณิธารจึงเกิดขึ้น
 
"ทำอาหารอาทิตย์ละครั้ง"
 
 
 
 
 
ช่วงสองอาทิตย์แรก...
 
คาโบนารา
แกงกะหรี่
ขนมกล้วย
สปาเกตตี้ผัดขี้เมา
เครมบูเล่
ปลากะพงทอดน้ำปลา
ยำปลากระป๋อง
มาม่าผัด
 
...
...
...
 
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างสรรขึ้นมา เพื่อความฝัน
.
.
.
.
 
 
ก้าวต่อมาจึงเริ่มขึ้น
 
ผมเริ่มหาความรู้ในส่วนที่กว้างขึ้น
 
Internet website
 
หนังสือมากมายถูกซื้อมา
 
 
Gourmet & Cuisine
ครัว
Food Stylist
 
ความรู้มากมายจึงถูกนำมากองไว้ เพื่อเตรียม เพื่อเก็บเกี่ยว... และเพื่อความฝัน
 
 
ทุกอย่างพร้อม ห้องครัว อุปกรณ์ ตำรา เหลือเพียงปฏิบัติ และฝึกฝน
 
.
.
.
.
.
.
 
 
กระแสเริ่มมาหนาหู...
...ข่าวแจ้งว่า่ น้ำท่วมอยุธยาแล้ว....
และคงเข้ามาในกรุงเทพเร็ว ๆ นี้
 
 
ผมต้องเก็บของทุกอย่าง ที่เตรียมไว้ทั้งหมด
 
 
ความฝันจึงหยุดลง
 
เหมือนหนังเรื่องนึงที่เราต้องกด Pause ไว้
 
กว่าจะได้มาดูอีกครั้งเราอาจจะลืมส่วนที่ผ่านมาแล้วไปก็ได้
.
.
.
 
ค่ำคืนหนึ่งระหว่างที่ผมเก็บของเพื่ออพยพ ฝ่าฟันน้ำเหนือเข่า ออกสู่ที่พักแห่งใหม่
 
กองหนังสือยังคงอยู่ที่เดิม...ที่บนเตียง
 
พร้อมกับความฝันที่ยังอยู่แห่งนั้น
.
.
 
กว่า 1 ปีที่ผมรอคอยจากที่ทำงานเก่า จนก้าวที่เริ่มเดิน
 
บัดนั้น จำเป็นต้องหยุดไว้ชั่วคราว
 
 
หลายเดือนผ่านพ้นไป สถานการณ์ฺเริ่มคลี่คลายลง
 
พื้นที่หลาย ๆ แห่งเริ่มแห้งลง
 
ผู้คนหมู่มากเริ่มเดินทางสู่ที่พักพิงอีกครั้ง
 
แน่นอน ผมกลัีบมาหาความฝันในห้องผมอีกครั้ง...
.
.
.
 
แต่ผมกลับจำไม่ได้ว่า ผม Pause ไว้จุดไหน
 
อาหารมื้อล่าสุดที่ผมทำ กลับเป็นผัดมาม่าง่าย ๆ ที่รสชาติไม่ต่างกับการลวดเส้นและคลุกเครื่องปรุงเอาเอง
 
31 ธันวาคม
 
ผมจึงลองทำหมูกะทะ และน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ใคร ๆ ก็ชอบ ขึ้นอีกครั้ง
 
.
.
.
 
"ไม่อร่อย"
 
ผมรู้แค่นั้น...
 
 
 
เกือบปีกว่าที่ผมไม่จริงจังกับความฝันอีกต่อไป
 
ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรอยู่
 
เพียงแต่ผมก้มลงไปมองที่เท้าและพบว่า
 
ผมติดกับดักบางอย่างซะละ
 
 
 
 
 
.
.
.
 
กับดักที่เรียกว่า
 
 
"ความขี้เกียจ"
.
.
.
.
 
 

edit @ 6 Jan 2012 17:15:23 by tunny

"สวัสดีปีใหม่คร้าบบบบ"
 
ช่วงนี้ถ้าไม่ขึ้นต้นด้วยคำนี้คงเชยพิลึก...
 
 
ยอมรับว่าช่วงนี้หาภาพเพื่อบรรยายความรู้สึกไม่ได้เลย
 
 
วันนี้ผมจะสาธยาย สาธตา สาธลุง สาธป้า ให้ฟังดีกว่า ว่าแต่ละครั้งที่จะอัพบล็อค สร้างเอนทรี่ ป้องกันหน้าบล็อค มีกลิ่นเค็ม มันต้องสร้างสรรอารมณ์มากมายแค่ไหน
 
 
 
(ที่จริงมันคืออัพเลวนี้เองงงงง)
 
 
Make the Picture for the Story
 
ชื่อบล็อคผมเป็นแบบนี้...
 
ลองมาแกะดูที่ละพยางค์กันดีกว่า
 
Make (v.) แปลว่า สร้าง ถ้าเป็น (n.) จะแปลว่า การกระทำ เราจะไม่สนใจคำแปลที่เป็นคำนามละกัน
แล้วจะบอกทำไม... อะต่อ
Make ผมใช้เป็นคำว่า "สร้าง" มากกว่าการ "ทำ" สร้างจะต้องใช้เวลา ใช้จังหวะ ใช้ความพยายาม และอื่น ๆ อีกมากมี
ซึ่งในบางครั้ง เวลามี จังหวะไม่ให้ ความพยายามยังไม่ต้องพูดถึง
และบางครั้ง เวลาไม่มี จังหวะเริ่มมาละ ความพยายามยังไม่โผล่
และบางครั้ง เวลา่ไม่มี จังหวะไม่เห็น ความพยายามก็หมด
และบางครั้ง เวลาพร้อม จังหวะพร้อม แต่ขี้เกียจ...
 
สรุปคือขึ้นกับความขี้เกียจหรือไม่ ล้วนๆ (ลำบากนะ)
 
 
the Picture (n.) แปลว่า รูปภาพ ในที่นี้ผมหมายถึงภาพที่มีความหมาย ภาพที่จะสื่อเรื่องราวต่าง ๆ ได้
ถ้าผมเห็นสถานที่หรือสิ่งที่สวยงาม ผมมักชอบเก็บภาพ ซึ่งแน่้นอนว่า ถ้าผมไม่สามารถดึงเรื่องราวออกมาได้ ผมจะลบโดยไม่ลังเล นั้นหมายความว่า ถ้าผมไม่สามารถดึงเรื่องราวออกมาได้่ ผมจะไม่ถ่ายรูปนั้น
ทำให้ในบางครั้งผมเดินตามหาเรื่องราวมากกว่าตามหาภาพที่จะภาพ
และหลายครั้งที่เพื่อน ๆ ขอให้ผมใช้มือถือที่ยังผ่อนไม่หมดถ่ายรูปหมู่ให้ ผมมักจะแกล้งทำเป็นไม่ถ่าย Foot in mouth
 
สรุปคือถ้าผมไม่อาร์ตพอก็จะไม่ถ่ายรูป (ลำบากนะ)
 
 
for (prep.) แปลว่า สำหรับ ผมถ่ายรูปเพื่อสร้างสรรเรื่องราว เพื่อเล่าสู่กันฟังในมุมมองเล็ก ๆ ผ่านเลนส์กล้องมือถือเล็ก ๆ มุมมองที่สื่อสารเรื่องราวที่อยู่ทั่วไปในรอบตัวเรา
ใน Stock รูปภาพของผม หรือใครจะเรียกว่า Gallery ก็แล้วแต่ Surprised
มีรูปที่ผมเคยเล่นไว้ใน Multiply มากมาย บางทีก็อยากจะเอาออกมาเล่าให้ใคร ๆ ฟัง แต่บางครั้ง...
มันไม่แน่ใจว่า "สำหรับ" อะไร
นั้นทำให้หลายครั้งต่อให้ผมมีรูปที่ "คิดว่า" จะมีเรื่องราวแล้ว แต่ผมไม่รู้ว่ารูปนั้น "สำหรับ" อะไร หรือเพื่อสิ่งใด
เอนทรี่ก็ไม่เกิด
 
สรุปคือถ้าผมไม่มีเหตุผลที่ดีพอในการเขียน เอนทรี่ก็จะแถขึ้นเรื่อย ๆ (ลำบากนะ)
 
 
the Story (n.) แปลว่า เรื่องราว อย่างที่ผมเคยบอกไว้ในหลาย ๆ เอนทรี่...
ผมชอบใช้คำว่า "เรื่องราว" ในการพูดอะไรซักอย่าง หรือเขียนอะไรซักอย่าง
"เรื่องราว" "เรื่องราว" "เรื่องราว"
แต่ละคนย่อมมีเรื่องราวไม่เหมือนกัน ทั้งที่สร้างขึ้นเอง หรือจินตนาการขึ้นเอง หรือจากประสบการณ์คนอื่น ก็แล้วแต่
ผมว่านั้นคือสิ่งที่ไม่มีใครเหมือนกันตามแต่การรับรู้ แต่สิ่งอัศจรรย์คือ เราสามารถสร้างร่วมกันได้
ผมหลงไหลใน "เรื่องราว" เหลือเกิน
ด้วยเหตุผลแค่ "มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและมักมีเิอกลักษณ์เสมอ" ไงละ
แต่บางครั้ง เรื่องราวก็มากเกินจนเรื่องที่ 1 ถูกกลบโดยเรื่องที่ 2 และก็ถูกทำให้หายไปโดยเรื่องที่ 3 และต่อไป
 
สรุปคือถ้าผมไม่ลืมเรื่องราวที่จะเล่านั้นเอง (ลำบากนะ)
 
 
 
และนั้นคือเหตุผลของ Make the Picture for the Story
.
.
.
 
รอดไปอีกเอนทรี่ และสัญญาว่าจะกลับมาอาร์ตให้เร็วที่สุด
แถไปหลายละ
 
อ่ะ ไปทำบุญมาเลยเอาวัดมาฝาก เอามาทั้งวัดเลยจะได้บุญกันเยอะ ๆ
 
 
 
 
สาธุ ปีใหม่ ทุกท่านนนครับบบบบ
.
.
.

edit @ 3 Jan 2012 16:54:15 by tunny

edit @ 3 Jan 2012 16:54:46 by tunny

edit @ 3 Jan 2012 16:55:58 by tunny

"ขอบคุณ"..คำพูดไม่รู้จบ

posted on 30 Dec 2011 13:58 by tunnylifehere
วันนี้เป็นวันที่อัพบล็อคได้อย่างเร่งรีบที่สุดในโลกเลยทีเดียว
 
จากเอนทรี่ก่อน (อีกแล้วว)
 
ผมได้เขียนถึงช่วงเวลาที่หายไปของผม...
 
ผมได้เขียนถึงกลุ่มคนกลุ่มนึงที่พบเจออยู่ใน twitter
.
.
.
"Twitteen"
 
ในช่วงเ้วลาที่กล่าวถึงผู้คนที่น่ารักกลุ่มนี้
 
ผมพยายามคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ตามอ่านเรื่องราวของพวกเค้า
ได้ตามสิ่งที่คุยกัน
 
แล้วจึงกลั่นออกมาเป็นความรู้สึกเล็กๆ เปลี่ยนเป็นตัวหนัีงสือใหญ่ๆ
 
หลังจากที่เอนทรี่นั้นได้ออกไป...
 
.
.
.
.
 
ขอบคุณ
ขอบคุณ
ขอบคุณ
ขอบคุณจริงๆ
 
 
บอกตามตรง...
 
ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับคำขอบคุณอย่างจริงใจขนาดนี้
 
ผมเพียงแต่เขียนเพราะอย่างบอกสิ่งดีๆ ถึงใครบางคนที่ผ่านเข้ามา
 
แต่ผมกลับได้สิ่งที่มีค่ามามากมาย
 
 
...
 
ผมนั่งมองคอมเม้นเหล่านั้นหลายวันทีเดียว
 
ผมคิดว่าคนเรามักเขียนหรือบอกเล่าเรื่องราวจากจินตนาการ ซึ่งชีวิตจริงจินตนาการนั้น...ไม่มีจริง
 
 
ผมว่าคำพูดของคนเรานั้นสำคัญมา่กนะ หากวันนั้นผมเขียนเอนทรี่เหล่านั้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่เป็นจริง
 
วันนี้คงมีแต่้ึความรู้สึกผิดให้คำตอบกลับทั้งหลาย
 
 
อยากจะฝากไว้สำหรับปีใหม่ที่จะมาถึง
 
เรื่องคำพูดของคนเราสมัยนี้มักออกมาจากปากกันมากกว่าที่จะออกมาจากใจ
 
คนเราสักแต่พูด แต่ไม่เคยนึกถึงเรื่องราวความจริงใจที่ควรจะมีให้กันบ้าง
 
 
เมื่อลั่นวาจาผ่านกล่องเสียงออกมาแล้ว คำพูดจะเป็นนายเสมอ
 
ฉะนั้นแล้วเราคงต้องมานั่งคิดทีหลังว่าเราพูดอะไรออกไปบ้างงง
 
นะฮ๊าฟฟฟฟ
...
 
ขอสั้นๆ รีบๆ นะเอนทรี่นี้
 
 
จนกว่าจะโดนธนูปักที่เข่า..
 
เจอกันหลังปีใหม่นะคร้าบบบบบ
 
 
 
 
 
สวัสดีปีใหม่ทุกคนทุกท่าน
.
.
.
 

edit @ 30 Dec 2011 14:41:52 by tunny

edit @ 30 Dec 2011 14:52:22 by tunny